กรณีศึกษา

ร่วมมือกับ NGOs เพื่อขับเคลื่อน SDGs ผ่านกิจกรรมการอาสาสมัครของนิสิต

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม สังคม และเศรษฐกิจ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับเป้าหมาย SDGs ทั้งหมด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมมือกับหลายองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร(NGOs) โดยนิสิตมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเป้าหมาย SDGs ในด้านต่างๆ โดยเข้าร่วมในโครงการอาสาสมัครต่างๆ

Asian Students Environment Platform (ASEP)

โครงการ ASEP จัดขึ้นโดยข้อตกลงระหว่าง AEON Environmental Foundation และ United Nations Environment Programme (UNEP) และสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (SCBD) ด้วยโปรแกรมนี้ นักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาจากประเทศในเอเชีย สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ได้แบ่งปันมุมมองซึ่งกันและกัน และการสร้างแนวคิดใหม่ ๆ โดยในปี 2021 Universitas Indonesia ประเทศอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัด Asian Student Environment Platform โดยงานนี้ได้จัดเป็นเวลาสามวันและเนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 งานนี้จึงได้จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ โดยนิสิต จุฬาฯ ได้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเรียนรู้ความแตกต่างของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและคุณค่าทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศพร้อมระดมสมองและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก ในปีนี้มีนักศึกษา 90 คน จาก 9 ประเทศเข้าร่วมโครงการ หลังจากเข้าร่วมการฟังการบรรยาย นักศึกษาจะถูกแบ่งออกเป็นทีมที่คละประเทศ จำนวน 10 ทีมสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมอง โดยจะมีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เข้าไปร่วมในกลุ่ม เพื่อให้การอภิปรายลึกซึ้งยิ่งขึ้น [ http://www.sa.chula.ac.th/asian-students-environment-platform-asep-2021-indonesia-online/ ]

FOOD AS A COMMONS: บรรลุความมั่นคงด้านอาหารโดยพลังของนิสิต นักศึกษา และชุมชน

Chula Right Livelihood (CURLS) เกิดความร่วมมือจากหลายๆองค์กร ซึ่งร่วมด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Right Livelihood College, Royal University of Bhutan และมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป

CURLS มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมแนวคิดเรื่อง Right Livelihood คือการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องบนโลกใบนี้ โดยผู้เรียนจะได้ร่วมเรียนและร่วมแบ่งปันประสบการณ์ไปด้วยกัน (Co-Teaching Experience) รวมไปถึงการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิของ Right Livelihood Award, สนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างวัฒนธรรม, ทำวิจัยเชิงปฏิบัติ, ลงพื้นที่, ทัศนศึกษา ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์และสื่อสารกันแบบไม่มีกรอบจำกัด ผ่านบทสนทนาทางปัญญาที่ให้ข้อมูลและสร้างแรงบันดาลใจและการไตร่ตรองตนเอง ซึ่งนำไปสู่แรงผลักดันในอนาคตเพื่อความยั่งยืน [ https://wellbeingsummer.wordpress.com/2021/11/22/chula-right-livelihood-summer-school-2021/ ]

CURLS 2021 ได้จัดทำโครงการ (รูปแบบออนไลน์: 19-20 ตุลาคม 2564) “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Right Livelihood Summer School: FOOD AS A COMMONS: ACHIEVING FOOD SECURITY THROUGH STUDENT ACTIVISM, FOOD CITIZENSHIP, AND COMMUNITY ENTERPRISES”.

โดยมีจุดประสงค์ในการแลกเปลี่ยนและร่วมมือ เพื่อสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืนและเป็นธรรมในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ระบบอาหารที่ยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาสิ่งและแวดล้อมและฟื้นฟูระบบนิเวศที่จะนำไปการเปลี่ยนแปลงทางสังคมไปสู่เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงและบริโภคอาหารสุขภาพได้ โครงการนี้จะใช้เป็นจุดเริ่มในการเคลื่อนไหวด้านอาหารที่นำโดยนิสิตในระยะยาวและจะขยายวงกว้างให้มีผู้เข้าร่วมจากทั่วทุกมุมโลก

ที่มา:

  • คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักบริหารวิรัชกิจและเครือข่ายนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักบริหารกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อื่นๆ

เทคโนโลยีราไมคอร์ไรซาเพื่อการปลูกและฟื้นฟูป่าอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

จากการสำรวจในปี 2564 พบว่ามีพื้นป่าเพียง 31.59% ของพื้นที่ทั้งหมดในประเทศไทย สาเหตุหลักของการลดลงของผืนป่าเกิดจาก ไฟป่า การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อการเกษตรและการลักลอบตัดไม้ นอกจากนี้พื้นป่าที่เหลืออยู่ก็อยู่ในสภาพวิกฤต สภาพอากาศที่แห้งแล้งหรือการลักลอบเผาป่าอย่างผิดกฎหมาย ทำให้เกิดไฟป่า ที่นอกจากจะทำให้ผืนป่าลดลงแล้ว การเกิดไฟป่ายังทำลายสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น

จุฬาฯ หวังเพิ่มประชากรเต่าทะเล หนุนตั้งเครือข่ายคุ้มครองแหล่งวางไข่ในอ่าวไทย

จำนวนเต่าทะเลในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 แม้รัฐบาลจะประกาศใช้กฎหมาย กำหนดเขตหวงห้าม ประกาศขึ้นทะเบียนเต่าทะเลในบัญชีรายชื่อของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งพันธุ์พืชป่าและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) และพยายามสำรวจและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งอาศัยของเต่าทะเล เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการอนุรักษ์เต่าทะเลก็ตาม แต่จำนวนของเต่าทะเลในประเทศไทยยังคงลดลงจนใกล้ถึงจุดวิกฤต จากจำนวนมากกว่า 2,500 รังต่อปี เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเหลือเพียงปีละ 300-400 รังต่อปี เท่านั้น

กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสาธารณะตลอดปีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

ด้วยความมุ่งมั่นให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงกิจกรรมเหล่านี้ได้ จึงได้ดำเนินการจัดโครงการและกิจกรรมสาธารณะด้านวิชาการ การถ่ายทอดความรู้ และการฝึกอบรมสายอาชีพสำหรับประชาชนอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี หลากหลายรูปแบบ ทั้ง onsite และ Online โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ค่ายวิศวพัฒน์ ส่งต่อองค์ความรู้การจัดการน้ำสู่ชุมชนเพื่อความยั่งยืน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย 12 ภาควิชา รวมถึง ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสำรวจ และวิศวกรรมแหล่งน้ำ พร้อมด้วยคณาจารย์ผู้ทรงความรู้ ถือเป็นแหล่งบ่มเพาะองค์ความรู้ที่สำคัญทางการชลประทานที่พร้อมถ่ายทอดสู่นิสิต นำไปสู่การฝึกปฏิบัติจริงในการแก้ปัญหาด้านการจัดการน้ำให้กับชุมชนห่างไกล ผ่านค่ายวิศวพัฒน์ ซึ่งเป็นโครงการค่ายวิศวกรรมอาสาพัฒนาชนบทที่พร้อมปลูกฝังความเป็นผู้นำทั้งในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตจิตอาสาที่เข้าร่วมค่าย