กรณีศึกษา

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมาตรฐานคุณภาพน้ำและแนวทางการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

การส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมและน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรน้ำให้มีคุณภาพที่ดี เป็นการปกป้องสุขภาพที่ดีให้กับมนุษย์ รวมไปถึงเป็นการปกป้องระบบนิเวศของพืชและสัตว์ที่ต้องอาศัยน้ำเพื่อการดำรงชีวิต ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืน และช่วยส่งเสริมสังคมโลกให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย

โดยในปัจจุบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมและดูแลการจัดการน้ำภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีน้ำที่มีความสะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพสำหรับใช้ในการอุปโภคและบริโภค รวมทั้งเป็นการช่วยลดและป้องกันปัญหามลพิษทางน้ำที่จะเกิดขึ้นจากการใช้น้ำของมหาวิทยาลัยด้วย ดังนี้

ระบบบำบัดน้ำเสียอาคาร

สำนักบริหารระบบกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการติดตั้งระบบบ่อบำบัดน้ำเสียของอาคารในเขตพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป และโรงอาหารที่อยู่ในเขตพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แบบครบวงจร โดยระบบบำบัดน้ำเสียประกอบด้วย บ่อรวบรวมน้ำเสีย บ่อดักไขมัน บ่อบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ บ่อบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ บ่อตกตะกอน และอื่นๆ เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการช่วยลดและป้องกันปัญหามลพิษทางน้ำที่จะเกิดขึ้นจากการใช้น้ำของมหาวิทยาลัยด้วย

นอกจากการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียอาคารให้ครอบคลุมแล้ว สำนักบริหารระบบกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังมีการจัดทำและถ่ายทอดแนวปฏิบัติการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียอาคาร เพื่อควบคุมค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งให้ผ่านเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอาคารทั้งหมด ให้ได้สามารถดำเนินการเป็นขั้นตอน และสามารถตรวจสอบระบบบำบัดเพื่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในเบื้องต้น โดยกำหนดเป็นมาตรการการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียอาคาร ดังนี้

“ระบบบำบัดน้ำเสียอาคาร” หมายถึง บ่อบำบัดน้ำเสียของอาคารในเขตพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป และโรงอาหารที่อยู่ในเขตพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระบบบำบัดน้ำเสียประกอบด้วย บ่อรวบรวมน้ำเสีย บ่อดักไขมัน บ่อบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ บ่อบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ บ่อตกตะกอน และอื่นๆ เกี่ยวข้อง

  1. ให้เจ้าหน้าที่ควบคุม ดูแลระบบบำบัดน้ำเสียแต่ละอาคารให้คุณภาพน้ำทิ้งที่ปล่อยออกจากอาคารผ่านตามค่ามาตรฐาน โดยปฏิบัติตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด พ.ศ. 2548 [ https://www.pcd.go.th/laws/4403 ]
  2. ให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลแต่ละอาคารทำการบันทึกการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย ตามแบบใน ทส. 1 และ ทส. 2 และรวบรวมส่งสำนักบริหารระบบกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประจำทุกเดือน
  3. อาคารที่เป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ ให้ทำการวัดค่า ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) และ ค่าปริมาณตะกอนที่ 30 นาที (SV30) ในบ่อเติมอากาศ อย่างสม่ำเสมอ และบันทึกค่าไว้
  4. ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงอาหาร ให้ติดตั้งบ่อดักไขมัน และทำการเก็บไขมันที่ลอยบนบ่อดักไขมันออกทุกวันที่มีกิจกรรม
  5. ให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลแต่ละอาคารตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ เครื่องจักรที่ใช้กับระบบบำบัดน้ำเสียอย่างสม่ำเสมอ เช่น ฝาบ่อ เครื่องสูบน้ำเสีย เครื่องเติมอากาศ เครื่องสูบตะกอน หากพบว่าอุปกรณ์ เครื่องจักรชำรุด ต้องดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมโดยทันที เพื่อให้ใช้การได้โดยเร็วที่สุด

ระบบการจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ

ศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศปอส.) ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำหนดแนวทางและระบบการจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายรวมทั้งจัดทำและถ่ายทอดแนวปฏิบัติ และกระบวนการการจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ ให้นิสิต อาจารย์ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ที่มีการใช้ห้องทดลองปฏิบัติการและเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อป้องกันโอกาสการเกิดปัญหามลพิษทางน้ำจากการปนเปื้อนของสารเคมีและของเสียอันตรายจากการทดลองในห้องปฏิบัติการออกมากับระบบน้ำทิ้งของมหาวิทยาลัย ไปยังระบบน้ำใช้และแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

โครงการรีไซเคิลน้ำ

[ http://www.green.chula.ac.th/index.php/water/water-recycling-project/ ]

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเผชิญกับต้นทุนน้ำที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อรักษาพื้นที่สีเขียวของมหาวิทยาลัยซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่าสองตารางกิโลเมตร

จุดมุ่งหมายของโครงการนี้ คือ

  • 1) การลดการใช้น้ำและค่าใช้จ่ายภายในมหาวิทยาลัย
  • 2) การส่งเสริมการใช้น้ำรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิผล และลดการปล่อยน้ำเสียออกสู่ชุมชนโดยรอบ

มหาวิทยาลัยได้สร้างบ่อน้ำเทียมตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อรวบรวมน้ำฝนและกรองน้ำเสียจากอาคารโดยรอบ เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืนในระยะยาว ได้มีการส่งเสริมคณาจารย์ นิสิต และบุคลากรของมหาวิทยาลัยในเรื่องการอนุรักษ์น้ำและงดทิ้งขยะในบ่อน้ำ

แผนระยะสั้นและระยะยาวดำเนินการพร้อมกัน ดังนี้

  • แผนการดำเนินการระยะสั้น
    • 1) มอบหมายให้บุคลากรดูแลระบบกรองน้ำในบ่อและบำรุงรักษาตามความจำเป็น
    • 2) รถปั๊มน้ำรวบรวมน้ำเสียที่ผ่านการกรองแล้วจากบ่อน้ำเทียมไปใช้รดน้ำพืชพรรณต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย
  • แผนการดำเนินการระยะยาว
    • 1) สร้างบ่อน้ำเพิ่มเติมตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความจุน้ำของมหาวิทยาลัยและปรับปรุงความสะดวกในการใช้งาน
    • 2) สำรวจแนวทางการใช้ปริมาณน้ำที่จะมีสูงในช่วงฤดูฝนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา:

  • สำนักบริหารระบบกายภาพ  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อื่นๆ

แนวทางการปฏิบัติงานที่ยืดหยุ่นของจุฬาฯ : การปรับตัวเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของบุคลากร

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการปรับตัว และปรับรูปแบบในการให้บุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน จากที่ต้องเข้ามาปฏิบัติงานในสถานที่ตั้งของหน่วยงานเท่านั้น เปลี่ยนเป็นลักษณะที่มีความยืดหยุ่นขึ้น

การส่งเสริมการทำงานทางไกลให้กับบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยส่งเสริมรูปแบบการทำงานทางไกลหรือการปฏิบัติงานจากระยะไกล เป็นตัวเลือกสำหรับบุคลากร ซึ่งเป็นแนวทางในการทำงานจากสถานที่ใดก็ได้ที่อยู่นอกสำนักงาน การทำงานทางไกลเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวันให้กับบุคลากร และช่วยในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ เนื่องจากบุคลากรไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปทำงานเนื่องจากเปลี่ยนมาใช้การประชุมผ่านการประชุมทางวิดีโอ

จุฬาฯ กับหลากหลายรูปแบบการเดินทางที่ยังยืน (Chula Smart Mobility)

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย สำนักงานจัดการทรัพย์สิน (PMCU) ขับเคลื่อนโครงการ “สามย่านสมาร์ทซิตี้” (Samyan Smart City) ผ่าน “7 Smart” นำนวัตกรรมอัจฉริยะ 7มิติ ได้แก่ Smart Environment , Smart Mobility , Smart Living, Smart Energy, Smart Economy, Smart People และ Smart Governance รองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ให้ประชาคมจุฬาฯ กว่า 50,000 คน

ประเทศไทยประกาศความสำเร็จซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตจากขยะเปียกชุมชนครั้งแรกของโลก

กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ UN Thailand พร้อมด้วยพันธมิตรภาคีเครือข่ายภาคเอกชนโดย KBANK ซึ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยและประชาคมมุ่งสู่ “สังคมคาร์บอนเป็นศูนย์”  ประกาศความสำเร็จการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 จังหวัดนำร่องเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายหลังสามารถจูงใจให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการแยกขยะและจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อนที่สามารถแปลงกลับมาเป็นเงินทุนให้กับหมู่บ้านและชุมชน

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ (ตั้งค่า)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • Necessary cookies
    เปิดใช้งานตลอด

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ

Save