การพัฒนาพื้นที่เพื่อเพิ่มประโยชน์: การปรับปรุงพื้นที่ Gewertz Square เพื่อก่อสร้างเป็น “ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการด้าน Smart Living Solutions”
ตึกเกเวอร์ต (Gewertz) เป็นอาคารเก่าแก่ของภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาอย่างยาวนาน ในช่วงเวลาที่ ศาสตราจารย์ ดร.ชารลส เอม.สัน. เกเวอร์ต (Professor Dr.Charles Ernfrid M.Son Gewertz) ดํารงตําแหน่งหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าท่านแรก โดยใช้เป็นโรงประลองเครื่องจักรกลไฟฟ้าและเป็นห้องเรียนวิชาปฏิบัติการสำหรับนิสิตจวบจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีอาคารที่เก่าแก่คู่กันอีกสองหลัง ได้แก่ อาคารห้องพักอาจารย์ และอาคารออกแบบวงจรรวม ซึ่งเป็นทั้งห้องปฏิบัติการวิจัยและที่ทำการชมรมนิสิตของภาควิชา ด้วยระยะเวลาอันยาวนานของการใช้งาน อาคารทั้งสามหลังจึงมีสภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา รวมทั้งพื้นที่โดยรอบก็อาจมีการสะสมปนเปื้อนของสารเคมีและโลหะเสียจากการทดลองและฝึกปฏิบัติของนิสิตที่มีมาอย่างยาวนานด้วย
เนื่องในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปี ของ ศาสตราจารย์ ดร.ชารลส เอม.สัน. เกเวอร์ต หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าท่านแรก ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าจึงได้วางแผนและดำเนินการปรับปรุงบริเวณโดยรอบตึกเกเวอร์ต ใช้ชื่อเรียกพื้นที่ปรับปรุงนี้ว่า Gewertz Square โดยเริ่มการปรับปรุงและก่อสร้างตั้งแต่ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2566 จนถึงช่วงปลายปี พ.ศ. 2567 และแล้วเสร็จจนสามารถกลับมาเปิดให้ใช้งานได้ในช่วงเดือนมกราคม 2568 เป้าหมายในการปรับปรุงพื้นที่และอาคารมุ่งให้เป็นพื้นที่จุดประกายความคิดการริเริ่ม และการทดลองสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมร่วมกันระหว่างลูกศิษย์ อาจารย์ ศิษย์เก่า และหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์จากภาคอุตสาหกรรม สำหรับรูปแบบและแนวคิดในการออกแบบปรับปรุงพื้นที่ Gewertz Square จะเป็นการผสมผสานระหว่างการโอบรับเทคโนโลยีใหม่ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในโลกปัจจุบันและอนาคตพร้อมกับคํานึงถึงความเป็นมิตรต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พื้นที่ Gewertz Square ที่ปรับปรุงขึ้นนี้จะจัดตั้งเป็น “ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการด้าน Smart Living Solutions” (R & D Center for Integrated Innovation on Smart Living Solutions) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ ต่อยอด และหลอมรวมองค์ความรู้ จากความหลากหลายด้านงานวิจัยและพัฒนาของภาควิชา ไปสู่การสร้างผลงานนวัตกรรมใหม่ ๆ ตอบโจทย์แนวคิด “ชุมชนชาญฉลาด” (Smart Community) และ “สุขภาพชาญฉลาด” (Smart Health) ร่วมกับ หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ อาทิเช่น ศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะด้านเทคโนโลยีไฟฟ้ากําลัง (Center of Excellence in Electrical Power Technology), ภาควิชาที่เกี่ยวข้อง และสํานักบริหารหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติ (International School of Engineering: ISE) ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (Electricity Generating Authority of Thailand), การไฟฟ้านครหลวง (Metropolitan Electricity Authority), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority), กสทช. (The National Broadcasting and Telecommunication Commission), หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์จากภาคอุตสาหกรรม เช่น บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จํากัด (Hitachi Energy (Thailand) Limited), บริษัท ดีไซน์ เกทเวย์ จํากัด (Design Gatewany Co., Ltd.), บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จํากัด (มหาชน) (Lighting and Equipment Public Co., Ltd.), บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) (Silicon Craft Technology Public Co., Ltd.) ภายใต้ระบบนิเวศที่เอื้ออํานวยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารล้ำสมัย 5G & Beyond พร้อมทั้งการสาธิตและให้ความรู้ตัวอย่างการใช้งานที่น่าสนใจ สะท้อนวิถีการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดของผู้คนในโลกอนาคต อาทิ การเฝ้าระวังด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยด้วยระบบ Home-based Monitoring การรักษาความมั่นคงปลอดภัยผ่านระบบ Smart Surveillance การส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการใช้งานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยระบบซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to-peer Energy Trading เป็นต้น
เป้าหมายเชิงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากศูนย์วิจัยฯ คือ การสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมต้นแบบที่สามารถ นำไปสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ รวมถึงเสริมทักษะการเป็นผู้ประกอบการให้แก่นิสิตและบุคลากร ผ่านกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างคณาจารย์ นิสิต ศิษย์เก่า และหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ภาคอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง
พื้นที่และอาคารทั้ง 3 อาคาร ที่ปรับปรุงเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วในเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2568
ที่มา:
- คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สำนักบริหารระบบกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

SDG ที่เกี่ยวข้อง
อื่นๆ
การจัดภูมิทัศน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยพันธุ์ไม้พื้นเมืองท้องถิ่น ทนแล้ง แข็งแรง และช่วยประหยัดน้ำ
ในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเสริมความยั่งยืนในเรื่องของการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยจึงตระหนักถึงความเหมาะสมในการเลือกพันธุ์ไม้พื้นเมืองท้องถิ่นที่จะนำมาปลูกเพิ่มเติมจากต้นไม้ที่มีอยู่แล้วดั้งเดิมภายในพื้นที่หรือในการปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ โดยเลือกปลูกพันธุ์ไม้พื้นเมืองท้องถิ่น สลับกับพันธุ์ไม้อื่น ๆ ที่ปลูกอยู่ด้วย เนื่องจากพันธุ์ไม้พื้นเมืองท้องถิ่นจะทนทานต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศที่ค่อนข้างแล้ง ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด
คณะทำงานด้านความยั่งยืนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักและให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ด้านหนึ่งของมหาวิทยาลัย คือ ยุทธศาสตร์ Impactful Growth และมีการสื่อสารถ่ายทอดยุทธศาสตร์นี้ลงไปยังหน่วยงานระดับต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย รวมทั้งการกำหนดให้เป็นหนึ่งใน OKR หลักของมหาวิทยาลัยด้วย
ห้องสมุดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แหล่งทรัพยากรทางวิชาการเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน
สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ หอสมุดกลาง เป็นหน่วยงานของจุฬาฯ ที่เปิดให้บริการและอำนวยความสะดวกในการใช้งานทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทที่มีมาตรฐาน เพื่อสนองความต้องการด้านการเรียน การสอน การวิจัย และความใฝ่รู้ ทั้งแก่นิสิต อาจารย์ บุคลากรของจุฬาฯ และบุคคลทั่วไป สำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
การดำเนินการนโยบายด้านความยั่งยืนกับ Outsource ของจุฬาฯ
มหาวิทยาลัยขยายการดำเนินการนโยบายด้านการบริหารจัดการขยะให้ครอบคลุมถึงร้านค้า ซึ่งเป็น Outsource ผู้ให้บริการอาหาร (food service) ในโรงอาหารส่วนกลางของมหาวิทยาลัยด้วย โดยระบุในสัญญาร้านค้า ให้ปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ด้านการจัดการขยะ โดยต้องให้ความร่วมมือกับโครงการ Chula Zero Waste ที่มีเป้าหมายในการลดการก่อขยะ ส่งเสริมการแยกขยะนำกลับไปใช้ประโยชน์ และการปลูกฝังจิตสำนึกส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนภายในมหาวิทยาลัยให้แก่นิสิต คณาจารย์ บุคลากรจุฬาฯ


















