กรณีศึกษา

การปฏิบัติงานในแผนกฉุกเฉิน – การเรียนการสอนสหวิชาชีพเสมือนจริง (ER-VIPE)

ในช่วงการระบาดของโรค COVID-19 กระบวนการสอนการสอนในแผนกฉุกเฉิน พบกับความท้าทายมากมาย เนื่องด้วยนิสิตสหสาขาวิชาชีพต้องเผชิญกับประสบการณ์ภาคปฏิบัติอย่างจำกัดเนื่องจากขาดแคลนทั้งบุคคลากร และเวลาในการเรียนการสอน รวมถึงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19  อย่างไรก็ตาม นิสิตเหล่านี้ยังต้องเข้าร่วมปฏิบัติงานในโรงพยาบาลแผนกฉุกเฉินในพื้นที่ชนบทหลังจบการศึกษา เพื่อรักษาค่านิยมหลักของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทยในการเตรียมนิสิตให้มีทักษะทางเทคนิคและทักษะรอบด้านของบุคคลซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานในแผนกฉุกเฉิน เช่น การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การจัดการความเครียด การวิเคราะห์ทางคลินิกเป็นทีม การตระหนักรู้ การตัดสินใจทางจริยธรรม และการดูแลผู้ป่วยอย่างเมตตาเพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยส่วนบุคคล การบูรณาการความรู้ระหว่างสหสาขาวิชาชีพต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

เพื่อที่จะตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ ทีมของเราได้พัฒนานวัตกรรมเรียนการสอน ER-VIPE อันประกอบด้วย

  1. “Emergency Love” Medical Movies: ภาพยนตร์คุณภาพสูงโดยใช้ศาสตร์ความรู้หลายแขนงทั้งวิทยาศาสตร์สุขภาพ ศิลปศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ที่มีพื้นฐานจากเหตุการณ์จริง มุ่งเน้นการสอนวิธีการป้องกันข้อผิดพลาดทางการแพทย์และการสาธิตการใช้ทักษะการทำงานเป็นกลุ่มและทักษะที่รอบด้านของบุคคล ในการปฏิบัติงานทางการแพทย์
  2. หลักสูตรออนไลน์ Massive Open Online Course (MOOC) ระยะเวลา 2 ชั่วโมง ประกอบด้วย 7 บทเรียน ซึ่งเน้นทักษะรอบด้านส่วนบุคคลที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานในแผนกฉุกเฉิน เช่น TeamSTEPPSการสื่อสารสำหรับการศึกษาระหว่างสายวิชา ความสามารถด้าน IPEC ความปลอดภัย การคิดในทางคลินิกเป็นทีม การจัดการกับความเครียด และหลักการทางจริยธรรมสำหรับสหสาขาวิชาชีพ
  3. การฝึกฝนทีมจำลอง 3 มิติ ประกอบด้วย 3 สถานการณ์ ได้แก่ สถานการณ์ผู้ป่วยเป็นโรคปอดจาก COVID อย่างรุนแรง สถานการณ์ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและสถานการณ์ห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยผู้ป่วยจำนวนมาก โดยมีรูปแบบให้เลือกใช้ทั้งในรูปแบบคอมพิวเตอร์และ VR เพื่อให้นิสิตสหสาขาวิชาชีพสามารถร่วมมือกันปฏิบัติงานผ่านอวตารได้

ในแนวทางการศึกษานี้ นิสิตจะเริ่มต้นจากการศึกษาด้วยตนเองผ่านเนื้อหาออนไลน์ทั้งภาพยนต์และ MOOC นิสิตจำเป็นต้องผ่านการทดสอบชนิดหลายตัวเลือกเพื่อได้รับใบรับรอง จากนั้น นิสิตแพทย์ระดับปริญญาตรี นิสิตจากสหสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ทั้งพยาบาล เภสัช เทคนิคการแพทย์ และนักรังสีวิทยาจะจำลองการปฏิบัติงานในบทบาทผู้นำและสมาชิกของทีมในโลกการจำลองเสมือนจริงเป็นเวลา 30-60 นาที สามารถเกิดเรียนรู้จากข้อผิดพลาดระหว่างปฏิบัติการภายในแพลตฟอร์มออนไลน์ และจะได้รับการควบคุมดูแลจากเจ้าหน้าที่สหสาขาวิชาชีพผ่านการให้คำปรึกษาและการสรุปผลโดยใช้รูปแบบของ GAS นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้นี้สามารถใช้ในการศึกษาด้วยตนเอง และมีการประเมินผลอัตโนมัติซึ่งสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของอวตารตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้เพื่อสะท้อนข้อดีและข้อเสียของทีมและตัวบุคคล

จากการประเมินด้วยวิธี prospective mixed-method double-blind ของนวัตกรรม ER-VIPE นี้ พบว่าทีมสหสาขาวิชาชีพที่ผ่านหลักสูตรนี้ที่มีความรู้และทัศนคติที่ดีขึ้น ได้รับคะแนน TeamSTEPPS ดีขึ้น และพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับทีมที่ไม่ได้รับการฝึกอบรม การวิจัยเบื้องต้นยังแสดงให้เห็นว่านิสิตระดับบัณฑิตศึกษาที่ได้รับการฝึกฝนจาก ER-VIPE นี้มีพฤติกรรม TeamSTEPPS ที่ดีกว่า

นิสิตที่ผ่านการอบรมนี้ สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง ระบุสิ่งที่ต้องปรับปรุง และสามารถนำแนวคิดใหม่ประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในโลกจริงได้ จากการนำ ER-VIPE มาใช้ในการเรียนการสอนเป็นเวลา 2-3 ปี เป็นประโยชน์กับนิสิตสหสาขาวิชาชีพถึงประมาณ 1,200 คนที่ผ่านหลักสูตรนี้ รวมถึงสามารถใช้ในการอบรมบุคลากรสหสาขาวิชาชีพอีก 180 คน นอกจากนี้ มีนิสิตนิสิตและบุคลากรจากภายในจุฬาฯ และสถาบันอื่นในประเทศไทยสามารถเข้าถึง MOOCs เป็นจำนวน 9,437 คนในระยะเวลา 1 ปี อีกทั้ง ER-VIPE สามารถนำไปประยุกต์ในการอบรมและถ่ายทอดความรู้ให้แก่สถาบันต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว โดยนวัตกรรมใหม่นี้มุ่งให้นิสิตสหสาขาวิชาชีพในอนาคตมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์การอนามัยโลกในการบรรลุความปลอดภัยของผู้ป่วยให้มีความอันตรายจากการรักษาเป็น 0 ในปี ค.ศ. 2573

ที่มา

  • คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง:

อื่นๆ

“มายคอร์สวิลล์” ดิจิทัลแฟลตฟอร์มใหม่ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย

จุฬาฯ นำนวัตกรรมเยียวยาสังคมเพื่อให้การเรียนรู้ของคนไทยไม่สะดุดหยุดชะงัก แม้อยู่ในสภาวะคับขันจากมาตรการล็อกดาวน์เมืองยาวนานจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

หลักสูตร “Quick MBA from Home” แพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิตแบบบูรณาการ

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่เพียงสร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ยังส่งผลต่อระบบการศึกษา เป็นเหตุให้จำเป็นต้องออกแบบหลักสูตรใหม่ให้ยังสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้ต่อไปอย่างไม่หยุดชะงัก

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขยายกระบบการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นแนวคิดที่เน้นความสำคัญของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่เน้นทางด้านการเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ชีวิต ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้เรียน ซึ่งแตกต่างจากเรียนในระบบทั่วไป

“ผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ให้ก้าวทันอนาคต” โครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย

กว่าทศวรรษที่ผ่านมา สถาบันอุดมศึกษาตระหนักถึง “การทำงานวิถีใหม่ในอนาคต” ที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ฉับไว และพลิกผันไปสู่สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนของสังคมดิจิทัล ล่าสุดในปี 2564 – 2565 ภาคการศึกษา รวมทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ดำเนินการต่อเนื่องใน “โครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษา ไทย” อย่างเป็นรูปธรรม