กรณีศึกษา

ค่ายวิศวพัฒน์ ส่งต่อองค์ความรู้การจัดการน้ำสู่ชุมชนเพื่อความยั่งยืน

“ค่ายวิศวพัฒน์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแกนนำการส่งต่อและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการน้ำ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรให้กับชุมชนบ้านเชตวัน จังหวัดน่าน ผลจากการสร้างฝายและบริหารจัดการน้ำร่วมกันระหว่างค่ายวิศวพัฒน์ ชุมชนและหน่วยงานราชการในพื้นที่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ทำให้เกษตรกร 43 ครัวเรือนสามารถมีน้ำใช้ประโยชน์กว่า 400 ไร่ ตลอดปี สามารถปลูกไม้ผลที่มีราคาแพงทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ สามารถลดรายจ่ายได้ครัวเรือนละ 35,813 บาทต่อไร่ต่อปี ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ทำให้ชุมชนเกิดความศรัทธาและให้ความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ และมอบที่ดินของชุมชนเพื่อสร้างศูนย์เรียนรู้ ในปี 2566 พร้อมขยายผลส่งต่อองค์ความรู้ด้านการจัดการระบบน้ำต่อไป”

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย 12 ภาควิชา รวมถึง ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสำรวจ และวิศวกรรมแหล่งน้ำ พร้อมด้วยคณาจารย์ผู้ทรงความรู้ ถือเป็นแหล่งบ่มเพาะองค์ความรู้ที่สำคัญทางการชลประทานที่พร้อมถ่ายทอดสู่นิสิต นำไปสู่การฝึกปฏิบัติจริงในการแก้ปัญหาด้านการจัดการน้ำให้กับชุมชนห่างไกล ผ่านค่ายวิศวพัฒน์ ซึ่งเป็นโครงการค่ายวิศวกรรมอาสาพัฒนาชนบทที่พร้อมปลูกฝังความเป็นผู้นำทั้งในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตจิตอาสาที่เข้าร่วมค่าย ด้วยปัญหาความแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ของบ้านเชตวัน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ซึ่งที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน 264 ครัวเรือน มีจำนวนประชากรรวม 1,067 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมบนเขาสูงเป็นหลัก ชาวบ้านเพาะปลูกได้เพียงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีราคาต่ำ รายได้น้อย ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชน พื้นที่บ้านเชตวันแห่งนี้จึงต้องการองค์ความรู้ด้านชลประทานและการจัดการระบบน้ำอย่างยิ่งยวด และได้กลายเป็นสนามฝึกภาคปฏิบัติ living lab ของนิสิตค่ายวิศวพัฒน์อย่างต่อเนื่องถึง 7 รุ่น และมีนิสิตจิตอาสาผ่านโครงการนี้มาแล้วถึง 1,000 คน เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างชุมชนกับนิสิต

ค่ายอาสานี้เริ่มต้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2561 ค่ายวิศวพัฒน์เข้าสำรวจพื้นที่ในการจัดทำฝายเพื่อสร้างเป็นแหล่งน้ำ ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและองค์การบริหารส่วนตำบล เกิดเป็นประชาคมร่วมกันพัฒนาแหล่งน้ำ โดยในปี 2562 เกิดฝายห้วยน้ำเพี้ย และระบบกระจายน้ำครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 200 ไร่  ในปี พ.ศ.2564 เกิดฝายตาน้ำ และระบบกระจายน้ำเพื่อบริโภค ในปี พ.ศ.2565 เกิดฝายห้วยต่างฮ้อ และระบบกระจายน้ำครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์อีก 200 ไร่ ส่งผลให้ชุมชน 43 ครัวเรือนมีน้ำใช้เพื่ออุปโภคและบริโภคได้ตลอดทั้งปี เกษตรกรสามารถปลูกไม้ผลอื่น ๆ ที่ขายได้ราคาดี เช่น ทุเรียน  โกโก้ อินทผาลัม เป็นต้น และผักสวนครัวเพื่อบริโภค สามารถลดรายจ่ายได้ครัวเรือนละ 35,813 บาทต่อไร่ต่อปี ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สร้างความเชื่อมั่นและเชื่อใจของชุมชนบ้านเชตวันต่อค่ายวิศวพัฒน์ และในปี 2566 นอกจากการสร้างระบบผันน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และฝายชะลอน้ำขนาดเล็กแล้ว ทางชุมชนได้มอบพื้นที่ให้แก่ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดสร้าง “บ้านดินทาเนีย ประชารวมใจ” ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กับกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่และคณะดูงานจากภายนอก พร้อมส่งต่อแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่สูงที่แห้งแล้งไปสู่ชุมชนอื่น

ที่มา :

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อื่นๆ

อนุรักษ์ปลากระเบนเจ้าพระยา อนุรักษ์ลุ่มน้ำแม่กลอง

นักวิชาการต่างยกให้ปลากระเบนเจ้าพระยาเป็นสิ่งมีชีวิตบ่งชี้ความไม่สมดุลของระบบนิเวศน้ำจืดด้วยคุณสมบัติของปลาชนิดนี้ที่มีความไวต่อสารพิษและสภาพการเปลี่ยนแปลงของถิ่นที่อยู่อาศัย

เข้าใจชุมชนคนรักช้าง สู่สถาปัตยกรรมเพื่อช้าง Elephant World จังหวัดสุรินทร์

ความตั้งใจให้พื้นที่เป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลทางวิชาการ ผลักดันให้โลกของช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างแบบครบวงจร

จุฬาฯ ผนึกกำลังชุมชน ติวน้อง “ละอ่อนสารักษ์ป่าน่าน” ใช้ Google Earth Pro กู้ป่าชุมชนเสื่อมโทรม

สถานการณ์ป่าน่านเสื่อมโทรมเป็นปฐมเหตุให้ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง และสถานีวิจัยคัดเลือกและบำรุงพันธุ์สัตว์ ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ต้องผนึกกำลังกันดำเนินกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเพื่อวางแนวทางการพลิกฟื้นผืนป่าสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศป่าชุมชน “ไหล่น่าน”

จุฬาฯ กับการพัฒนาที่ยั่งยืนครั้งใหญ่ ใน Chula Sustainability Fest 2022

ในปี 2022 ผลงานที่มีส่วนในการสร้างความยั่งยืนของจุฬาฯ จะไม่อยู่แค่ใน SDGs Report แต่ได้ออกมาสื่อสารในงาน Chula Sustainability Fest 2022 เมื่อวันที่ 2-4 กันยายน 2565 เพื่อสร้าง Commitment สื่อสารนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนของจุฬาฯ Connect เชื่อมโยงประชาคมจุฬาฯ และ Inspired สร้างแรงบันดาลใจให้ช่วยกันผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืน