สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [ http://www.cusar.chula.ac.th/ ] ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 มีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการทรัพยากรการเกษตร หลักสูตรของโรงเรียนผสมผสานศาสตร์และศิลป์ของเทคโนโลยีการผลิตพืชและปศุสัตว์ การแปรรูปอาหาร ความปลอดภัยของอาหาร ธุรกิจการเกษตร และระบบการจัดส่งสินค้า สอนนักเรียนให้รวมความรู้ดั้งเดิมเข้ากับการวิจัยใหม่เพื่อพัฒนาแนวคิดและเทคโนโลยีการเกษตรเชิงนวัตกรรมที่รับมือกับความท้าทายในการพัฒนาท้องถิ่น สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรมีเป้าหมายที่จะผลิตบัณฑิตที่มีใจรักและมีความรู้ในท้องถิ่นเกี่ยวกับการทำฟาร์มรูปแบบใหม่ ที่ส่งเสริมให้มีความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรยังดำเนินการวิจัย สร้างความรู้ และให้บริการวิชาการด้านการจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน สร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน รวมถึงการให้การศึกษาและฝึกอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืนแก่ประชาชนทั่วไป

สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรทำงานอย่างใกล้ชิดกับธุรกิจการเกษตรในท้องถิ่นเพื่อให้นักศึกษามีโอกาสได้รับประสบการณ์จริงผ่านโครงการที่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน มีกิจกรรมนอกหลักสูตรที่หลากหลายเพื่อเสริมทักษะการเป็นผู้ประกอบการของนักศึกษา เช่น การจัดการแข่งขันมินิแฮกกาธอน จัดหาวิทยากรมาเพื่อฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจหรือการเป็นผู้ประกอบการให้แก่นิสิต นอกจากนี้สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่น National Chung Hsing University National Pingtung University of Science and Technology ในไต้หวัน และ Jiangxi Agricultural University ในประเทศจีน เปิดโอกาสให้นิสิตได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน
ในการรับนิสิตเข้าศึกษาในสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรนั้น มีหลายช่องทาง การรับสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรผ่านระบบปกติ การรับตรงโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานนักเรียนเพื่อคัดเลือกนักเรียนที่มีศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการภาคเกษตรและมีเป้าหมายในการกลับไปพัฒนาภาคการเกษตรในบ้านเกิด นักเรียนเหล่านี้มาจากพื้นที่เกษตรกรรมต่างๆ ในประเทศไทย บางคนได้รับทุนการศึกษาเนื่องจากขลาดแคลนทุนทรัพย์ นอกจากในประเทศไทยแล้ว สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร ยังรับสมัครนักเรียนจากต่างประเทศ เช่น กัมพูชา โดยนักศึกษาจากกัมพูชาได้รับทุนพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อเรียนจบแล้วนิสิตเหล่านี้กลับไปทำงานด้านธุรกิจเกษตรหรือเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยในประเทศของตน
สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรประสบความสำเร็จในการเตรียมผู้สำเร็จการศึกษาสำหรับเส้นทางอาชีพที่หลากหลายในอุตสาหกรรมการเกษตรและอื่นๆ โดยตระหนักถึงในการให้การศึกษาที่รอบด้านซึ่งผสมผสานความรู้แบบดั้งเดิมเข้ากับการวิจัยใหม่ ๆ การร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลายนั้น เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จของผู้สำเร็จการศึกษา จากการสำรวจผู้สำเร็จการศึกษาปีการศึกษา 2561, 2562 และ 2563 จำนวน 149 คน พบว่า 19.5% กลับไปประกอบอาชีพเกษตรกรในชุมชนบ้านเกิด 0.7% เริ่มธุรกิจการเกษตรของตนเอง 22.2% ทำงานพัฒนาสังคมเกษตร (ภาครัฐ ภาคเอกชน โครงการหลวง หรือมูลนิธิเพื่อสังคม) และร้อยละ 26.2% ทำงานในบริษัทเอกชนด้านการเกษตร
ที่มา: สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

SDG ที่เกี่ยวข้อง
อื่นๆ
การดำเนินการนโยบายด้านความยั่งยืนกับ Outsource ของจุฬาฯ
มหาวิทยาลัยขยายการดำเนินการนโยบายด้านการบริหารจัดการขยะให้ครอบคลุมถึงร้านค้า ซึ่งเป็น Outsource ผู้ให้บริการอาหาร (food service) ในโรงอาหารส่วนกลางของมหาวิทยาลัยด้วย โดยระบุในสัญญาร้านค้า ให้ปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ด้านการจัดการขยะ โดยต้องให้ความร่วมมือกับโครงการ Chula Zero Waste ที่มีเป้าหมายในการลดการก่อขยะ ส่งเสริมการแยกขยะนำกลับไปใช้ประโยชน์ และการปลูกฝังจิตสำนึกส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนภายในมหาวิทยาลัยให้แก่นิสิต คณาจารย์ บุคลากรจุฬาฯ
นโยบายการรับเข้าศึกษาและการรับเข้าทำงานที่ไม่เลือกปฏิบัติของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่บริหารงานโดยยึดมั่นในหลักความ เท่าเทียม เคารพสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค การอยู่ร่วมกัน และความหลากหลายของบุคคลทุกคนในทุกมิติ โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือจำกัดสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่สมควรได้รับโดยชอบ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมต่อเชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว ภาษา ศาสนา เพศตามกำเนิดและเพศสภาพ อายุ สถานภาพการสมรส สภาวะหรือความพร้อมทางร่างกาย ความทุพพลภาพ หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นความแตกต่างเฉพาะบุคคล
นิสิตกับการบริหารงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับนิสิตในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นให้นิสิตมีบทบาทในการดูแลสิทธิและความเป็นอยู่ของตนเอง เพื่อให้เสียงของนิสิตได้รับการรับฟังและสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางที่เกี่ยวข้องกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจึงเปิดโอกาสให้นิสิตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนิสิตโดยตรง
นโยบายและการดำเนินการส่งเสริมพื้นที่เพื่อการเดินเท้าภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ เป็นสถานศึกษาที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ จึงทำให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นจุดเชื่อมต่อและผ่านทางไปยังจุดอื่น ๆ ได้ง่าย เพราะฉะนั้นจึงทำให้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยไม่ได้มีเพียงนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังมีผู้คนทั่วไปจำนวนมากที่เดินทางสัญจรไปมาผ่านพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ทั้งด้วยยานพาหนะ และการเดินเท้า อีกด้วย







