ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและการรับรู้ผลกระทบจากโรคโคโรน่าไวรัส 2019 (โควิด-19): การสำรวจระดับนานาชาติ

การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ทั่วโลกยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีวัคซีนแล้ว แต่ไวรัสก็ยังกลายพันธุ์ได้อยู่ และยังส่งผลกระทบต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก ดังนั้นการหาข้อมูลหรือการเก็บข้อมูลที่จะเก็บประเด็นผลกระทบต่างๆจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลในวงกว้างระดับภูมิภาค จึงเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในภาคีเครือขายของ Association of Pacific Rim Universities (APRU) ในหน่วย Global Health Program ซึ่งมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกทั้งหมด 60 มหาวิทยาลัย จาก 19 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงได้มีการทำโครงการสำรวจข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและการรับรู้ผลกระทบจากโรคโคโรน่าไวรัส 2019 (โควิด-19) ขึ้น โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ จากประเทศผู้ร่วมโครงการ 14 ประเทศ ในการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด 8,400 คน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำหน้าที่สำรวจข้อมูลทั้งหมด 600 คน จากคน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และกลุ่มคนที่ไม่มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทย ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร โดยมีคำถามให้ผู้ทำแบบสอบถามทำด้วยตัวเองทั้งหมด 183 ข้อ แบ่งเป็น 13 ส่วน ดังนี้
- ส่วนที่ 1 Socio-demography
- ส่วนที่ 2 Covid-19 personal experience
- ส่วนที่ 3 Health Behavior
- ส่วนที่ 4 Health literacy
- ส่วนที่ 5 Prevention own behaviors
- ส่วนที่ 6 Testing and tracing
- ส่วนที่ 7 Covid-19 vaccine
- ส่วนที่ 8 Resilience
- ส่วนที่ 9 Mental health
- ส่วนที่ 10 Trust and use of sources of information
- ส่วนที่ 11 Frequency of Information
- ส่วนที่ 12 Trust in institutions
- ส่วนที่ 13 Imply church/place of worship
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการวางแนวทางเชิงป้องกันให้กับมวลมนุษยชาติในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เพื่อช่วยในการพัฒนาแนวทางในการจัดการกับการระบาดของโรคโควิด-19 และเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดการต่อโรคระบาดที่คล้ายๆกันในอนาคตต่อไป

ที่มา:
วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง:
อื่นๆ
จุฬาอารี นวัตกรรมทางสังคมเพื่อขับเคลื่อนสังคมผู้สูงอายุไทย
จากรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่าในปี พ.ศ. 2564 สังคมไทยจะเปลี่ยนเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การเป็นสังคมสูงวัยสะท้อนถึงความสำเร็จของมนุษยชาติ ในการที่จะมีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างมาก
“Chula-Cov19” วัคซีน mRNA สัญชาติไทยขยับเข้าใกล้ความสำเร็จ
ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทยตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมาทำให้เราได้เห็นศักยภาพของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่มีส่วนช่วยให้ประเทศไทยรับมือกับวิกฤติด้านสาธารณสุขระดับโลกนี้ได้ดี ทั้งความพร้อมด้านการบริหารจัดการสถานที่ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนการนำทักษะ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมล้ำสมัย เข้ามาใช้ดูแลพี่น้องประชาชนตามมาตรฐานสากลและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดตามมาตรการที่องค์การอนามัยโลกประกาศไว้
นวัตกรรมเครื่องบำบัดโรคระบบทางเดินหายใจอัตราการไหลสูงในภาวะฉุกเฉินการระบาด COVID-19
ใน พ.ศ. 2564 ทั่วโลกเกิดการระบาดของ COVID-19 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบาดที่เกิดจากเชื้อกลายพันธุ์อัลฟาและเดลตา ทำให้มีผู้ติดเชื้อยืนยันเกิน 363,000 รายและผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 รายในประเทศไทยถึงเดือนกรกฎาคม อาการรุนแรงของผู้ป่วยนำมาสู่เครื่องช่วยหายใจและเครื่องบำบัดโรคอัตราการไหลสูงขาดแคลนเนื่องจากมีต้องการทั่วโลก
จุฬาฯ กับบทบาทการเป็นแหล่งข้อมูลสนับสนุนการพัฒนานโยบายเกี่ยวกับพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีด้านการส่งเสริมประสิทธิภาพทางพลังงาน
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญสภาวะวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การผลักดันให้เกิดนโยบายพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน กลายเป็นภารกิจสำคัญของรัฐและสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีหน่วยงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในศาสตร์นี้ จึงได้เข้ามีส่วนร่วมในการแสดงบทบาทและให้ความร่วมมือในฐานะแหล่งข้อมูลสนับสนุนการพัฒนานโยบายเกี่ยวกับพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีด้านการส่งเสริมประสิทธิภาพทางพลังงานให้กับทั้งหน่วยงานของภาครัฐ รวมไปถึงหน่วยงานภาคเอกชนด้วย




